Nissan Navara PPV 2018 หลุดภาพตัวรถยนต์ในประเทศจีน

Nissan Navara PPV 2018 รถยนต์รุ่นใหม่จากทาง Nissan ซึ่งก็ถูกปล่อยภาพหลุดออก

มาก่อนเปิดตัวโดยเว็บไซต์หนึ่งของจีนทั้งนี้ทาง Nissan ได้ออกมาเผยว่าภาพหลุดดังกล่าว

นั้นเป็นภาพของรถยนต์รุ่นนี้จริงๆ สำหรับ Nissan Navara PPV 2018 หรือ Nissan Terra

2018 ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวในจีนช่วงต้นปี 2018 แต่กลับถูกเผยแพร่ภาพรถยนต์ดังกล่าว

ออกมาเรียบร้อยซะแล้ว แม้ว่าจะมีภาพหลุดออกมาแล้วแต่สำหรับเจ้า Nissan Navara PPV

2018 หรือ Nissan Terra 2018 นั้นก็ไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมายมากนักโดยตัวภาพ

รถยนต์ที่หลุดออกมานั้นก็ดูเหมือนจะถอดแบบออกมาคล้ายกับ Nissan Navara ผสมกับ X-

Trail ซึ่งเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวี ซึ่งแตกต่างเพียงกระจังหน้า, ไฟ LED ที่เพิ่มเข้ามาใหม่

Nissan Navara PPV 2018

Nissan Navara PPV 2018

เท่านั้น โดย Nissan ยังคงความแข็งแรงในทรงรถเอสยูวี ที่ดูบึกกว่าเจ้าตัว X-Trail รวมถึงมี

การเปลี่ยนแปลงซุ้มล้อหลัง และไฟทรง L-Shaped  นอกจากตัวถังรถที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว

นั้นยังมีข่าวลือของสเปคเครื่องออกมาด้วยเช่น เครื่องยนต์เบนซิล 2.5 ลิตร, ให้กำลังแรงม้า

ถึง 184 แรงม้า แต่ไม่มีเทอร์โบ ซึ่งข้อมูลบางส่วนได้ถูกปล่อยออกมานั้นเป็นสเปคของ

รถยนต์ที่กำลังจะเปิดตัวในประเทศจีนเท่านั้น สำหรับทางประเทศไทยนั้นยังไม่เปิดเผยราย

ละเอียดของสเปคเครื่องรุ่นนี้ออกมานอกจากนี้รวมถึงชื่อรุ่นของรถยนต์ด้วยว่าหากเปิดตัวใน

ประเทศไทยจะมีชื่อว่าอะไร แม้ว่าจะมีภาพหลุดตัวรถไปแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผยคือ

ความกว้างของห้องโดยสารซึ่งภายในจะถูกออกแบบในลักษณะใดรวมถึงส่วนของผู้ขับว่าจะ

ออกแบบมาอย่างไรบ้าง คงต้องรอชมกันต่อไป

ยางรถยนต์อ่อน ปัญหาพื้นฐานรถยนต์ที่สามารถตรวจเช็คเองได้

ยางรถยนต์อ่อน เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ควรคำนึงและไม่ควรมองข้าม ยางรถยนต์

อ่อน หรือ ลมยางอ่อนนั้น อาจทำให้เกิดรถยนต์เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานและอาจทำให้รถ

เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ทั้งนี้มีผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยที่ละเลยการตรวจสอบแรงดันลม

ยางของรถตัวเอง บางคนปล่อยให้ลมยางอ่อนและขับขี่ตามปกติ แต่ว่าปัญหาลมยางอ่อนที่

ตามมานั้นจะทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่ได้โดยเฉพาะการขับรถด้วยความเร็วสูง ลมยางที่

อ่อนเกินไปทำให้ยางยุบตัวง่ายซึ่งทำให้แก้มยางบิดตัวซึ่งสาเหตุนี้ก่อให้เกิดยางระเบิดได้

หากขับขี่ด้วยความเร็วสูงก็จะเกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ นอกจากนี้ปัญหาหลักๆ

ยางรถยนต์อ่อน

ยางรถยนต์อ่อน

ของยางอ่อนนั้นก็จะก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เนื่องจากลมยางอ่อนทำให้เกิดแรง

เสียดทานมากกว่าปกติ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานมากขึ้นจนทำให้กินน้ำมันเร็วกว่าปกติ หากว่า

น้ำมันหมดเร็วแม้จะเพิ่งเติมไปไม่กี่ชั่วโมงลองตรวจสอบลมยางรถดูว่าอ่อนหรือไม่ ปัญหาอีก

อย่างหนึ่งจากยางรถยนต์อ่อนนั้นคือ เมื่อลมยางอ่อนจะทำให้ดอกยางด้านข้างหมดเร็วกว่า

ปกติ ซึ่งเกิดจากแก้มยางบานออกและให้ยางบางส่วนสึกหรอ และหากลมยางมากเกินไปก็จะ

ทำให้ดอกยางส่วนกลางเสื่อมสภาพเช่นกัน ทั้งนี้การเช็คลมยางสามารถทำได้ง่ายซึ่งในปั้

มน้ำมันจะมีจุดเติมและเช็คลมยาง ซึ่งหากว่าต้องเดินทางไกลและบรรทุกคนหรือสิ่งของ

ต่างๆนั้นควรเช็คลมยางให้เหมาะสมทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยและช่วยให้ยางรถยนต์ไม่

เสื่อมสภาพก่อนกำหนดด้วย

MG ทุ่มงบกว่า 10,000 ล้าน เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

อีกค่ายรถยนต์อย่าง MG ที่ตอนนี้ดูเหมือนกำลังเดินหน้าสายการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

รวมถึงรุกตลาดในไทยมากขึ้นล่าสุด MG ได้ทุ่มงบกว่า 10,000 ล้านบาทเปิดโรงงานผลิต

รถยนต์แห่งใหม่ในไทย ซึ่งคาดว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวัน

ออกเฉียงใต้ด้วย พร้อมเผยว่าโรงงานใหม่นี้จะสามารถผลิตรถยนต์ได้สูงถึง 100,000 คันต่อ

ปี บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท  เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดได้เปิด

พื้นที่กว่า 437 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี เพื่อ

MG

MG

สร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในประเทศไทยซึ่งมีการผลิตรถยนต์ได้ราว 100,000 คัน

ต่อปี ซึ่งภายในมีนวัฒกรรมใหม่และระบบอัตโนมัติ, หุ่นยนต์อัจริยะ รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆที่

สามารถให้ทั้งความหรูหรา สะดวกสบาย และความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ รวมทั้งโรงงานยังเป็น

มิตรต่อสิ่งแวดล้อมคาดว่าโรงงานของ MG นั้นจะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์แห่งเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจำหน่ายภายในไทยและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก ทั้งนี้

ในช่วงปีที่ผ่านมา MG ได้นำรถยนต์คุณภาพสูงเข้ามาจำหน่ายในตลาดของไทยไม่ว่าจะเป็น

MG3, MG5, MG6, MG GS ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าบางส่วนในไทย และคน

ไทยเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ค่ายใหม่ๆมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดในไทยมากขึ้น

ทาง MG จึงดำเนินการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่มีฐานการผลิตในไทยทั้งนี้เพื่อให้เป็นค่าย

รถยนต์อีกค่ายหนึ่งที่จะเป็นรถยนต์ตลาดที่สามารถหาอะไหล่ได้ง่ายมากขึ้นด้วย ทั้งนี้โรงงาน

ผลิตรถยนต์แห่งใหม่ของ MG นั้นดำเนินการสร้างเสร็จแล้วโดยสร้างตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา

อาการรถเสีย ปัญหาหลักๆที่ผู้ขับขี่ต้องพบเจอและควรสังเกต

อาการรถเสีย เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของผู้ใช้รถยนต์ที่ต้องพบเจอหากใช้งานผิดวิธีหรือไม่ค่อย

ตรวจเช็คระยะรถยนต์ทั้งนี้รถที่มีอายุมายาวนานนั้นก็มีอาการเสียบ้างแต่สำหรับรถใหม่หรือรถ

ที่มีอายุการใช้งานไม่ยาวนานและมีอาการบางอย่างที่บอกว่ารถกำลังมีปัญหานั้น หากว่าเกิด

อาการดังนี้ผู้ขับควรนำรถเข้าตรวจเช็คทันทีเพราะนั่นอาจหมายถึง อาการรถเสีย ของผู้ใช้รถ

ไฟสัญลักษณ์บนแผงหน้าปัด เป็นสัญญาณเตือนที่บ่อยมากแก่ผู้ใช้รถซึ่งอาการนี้ส่วนใหญ่

เป็นปัญหาไม่ใหญ่โตนักเช่น ไฟเตือนเบรกมือ ยังมีการใช้เบรกมืออยู่, ไฟแสดงประตูรถยังปิด

ไม่สนิท หรือ ไฟเตือนให้คาดเข็มขัด แต่หากว่าไฟเตือนเช่น ไฟเตือนรูปแบตเตอร์รี่ แน่นอน

ว่าแบตเตอรี่รถมีปัญหาอย่าง แบตเสื่อมสภาพตามเวลาซึ่งต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่รถก็

สามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว

อาการรถเสีย

อาการรถเสีย

หากว่ามีสัญญาณบางอย่างที่บอกว่า อาการรถเสีย และเราต้องเอารถเข้าอู่เช็คทันทีได้แก่

กลิ่นเหม็นไหม้ ถือว่า เป็นสิ่งที่อันตรายมากสาเหตุอาจมาจากผ้าเบรกไหม้ทำให้รถเบรกไม่

อยู่ หรือ สายพานไหม้, ลูกสูบไหม้ หรือสาเหตุอื่นๆหากได้กลิ่นเหม็นล่ะก็ควรจอดรถข้างทาง

ทันทีและเรียกรถลากด่วน รถมีเสียงดังปกติหรือเกิดเสียงดังอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนปัญหา

นี้อาจเกิดจากสายพานเครื่องยนต์ หรือ เบรกแล้วมีเสียงดังอาจเกิดจากผ้าเบรกใกล้หมดอายุ

มีน้ำมันหยดลงพื้น ส่วนนี้หากเป็นน้ำธรรมดาให้วางใจได้เลยว่า น้ำมาจากระบบแอร์ซึ่งเป็น

ปกติแต่ถ้าเป็นน้ำมันล่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเกียร์ หรือ น้ำมันเบรก หากพบว่ารั่วลงมาที่พื้นควร

เข้าอู่ซ่อมโดยด่วน

Mazda ประกาศความสำเร็จด้วยยอดจองรถยนต์งาน Motor Expo 2017 5,000 คัน

Mazda อีกหนึ่งค่ายผู้ผลิตรถยนต์ยอดนิยมที่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังเป็นอีกหนึ่งค่ายที่มีผู้คน

จำนวนมากสนใจล่าสุดในงาน Motor Expo 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง มาสด้า มียอดจอง

รถยนต์รุ่นต่างๆจากทางค่ายมากถึง 5,000 คัน เรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามใน

รอบ 5 ปีของมาสด้าซึ่งรุ่นที่ได้กระแสตอบมากที่สุดคือ มาสด้า CX-5

เรียกว่าเปิดงานอย่างสวยงามในวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาของงานมหกรรมรถยนต์

Motor Expo 2017 ซึ่งในงานก็มีผู้จำนวนมากเดินทางเข้าไปชมรถยนต์รุ่นใหม่ๆจากค่าย

ต่างๆพร้อมกับข้อเสนอและโปรโมชั่นมากมายเรียกว่าจัดหนักจัดเต็มอย่างไม่มีใครยอมใคร

Mazda

Mazda

เลย ซึ่งค่ายรถยนต์อย่างมาสด้าก็ประกาศถึงความประสบความสำเร็จด้วยยอดจองรถยนต์

จากทางค่ายสูงถึง 5,015 คัน เรียกว่าสูงสุดในรอบ 5 ปีของมาสด้า โดยรุ่น CX-5 2017 ที่

เพิ่งเปิดตัวไม่นานมียอดจองสูงถึง 1,155 คัน และ มาสด้า 2 รถยนต์รุ่นเล็กยังคงครองความ

นิยมด้วยยอดจอง 2,720 คันในงาน ทั้งนี้ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลล์

(ประเทศไทย) จำกัด เผยว่าปัจจุบันมาสด้ามีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี คุณภาพและความ

ปลอดภัยของผู้ขับขี่มากขึ้น รวมถึงดีไซน์ของตัวรถที่ให้ความหรูหราและความเป็นสปอร์ต

มากขึ้นด้วยซึ่งตอบโจทย์กลุ่มความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วย นับว่าเป็นความสำเร็จอีก

ขั้นของมาสด้าที่จะเป็นค่ายรถยนต์ยอดนิยมอีกค่ายหนึ่งของไทย สรุปยอดจองรถยนต์ของมา

สด้าจำนวน 5,015 คันแบ่งเป็นรุ่นต่างๆดังนี้ มาสด้า 2 ยอดจอง 2,720 คัน, มาสด้า CX – 5

ยอดจอง 1,155 คัน, มาสด้า 3 ยอดจอง 639 คัน, มาสด้า CX – 3 จำนวน 395 คัน และ มา

สด้า BT – 50 Pro ยอดจอง 102 คัน นับว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก

มาสด้า 2 รถยนต์เล็กดีไซน์หรูและที่สุดของความประหยัดน้ำมัน

มาสด้า 2 หรือเรียกอีกชื่อว่า มาสด้า ดีมีโอ แต่คนไทยเรียกติดปากว่า มาสด้า 2 ซึ่งเป็นชื่อรุ่น

รถจริงจากค่ายรถยนต์มาสด้า รถยนต์รุ่นดังกล่าวนี้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กเป็นที่รู้จักอย่างกว้าง

ขวางมากในไทยและเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ยอดนิยมของคนไทยเช่นกัน เริ่มแรกมาสด้า 2 ถูก

เรียกว่า มาสด้า ดีมีโอ เริ่มผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2539 เป็นรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะ

แบบรถมินิแวนซึ่งการผลิตช่วงแรกนั้นตัวถังรถมีขนาดเล็ก ต่อมามาสด้าได้พัฒนาตัวรถและ

ดีไซน์ให้มีขนาดที่เหมาะสมมากขึ้นโดยแบ่งเป็นวิวัฒนาการของรถ 4 รุ่น รุ่นแรกใช้รหัสตัวถัง

ว่า DW ออกจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อว่า มาสด้า 121 และมีจำหน่ายบางส่วนใน

มาสด้า 2

มาสด้า 2

ประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 มาสด้า ดีมีโอรุ่นที่ 2 ออกจำหน่ายโดยมีชื่อทางการว่า

มาสด้า 2 ถือว่าเป็นมาสด้า 2 รุ่นแรกๆที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่

คนไทยยังไม่รู้จักรุ่นนี้มากนักเนื่องจากรถยนต์ที่เป็นที่นิยมของค่ายโตโยต้า และ ฮอนด้า นั้น

ยังเป็นที่นิยมและอะไหล่หาง่ายกว่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 มาสด้า 2 ได้พัฒนามาอีกขั้นโดย

เน้นที่ดีไซน์และตัวถังรถให้มีความกว้างขึ้นโดยรุ่นนี้มีการผลิตออกจำหน่าย 2 แบบคือ ตัวถัง

4 ประตูแบบซีดาน และ ตัวถัง 5ประตูแบบแฮชแบค โดยออกจำหน่ายในประเทศไทย ปี พ.ศ.

2552 ซึ่งก็ทำให้เป็นที่นิยมของคนไทยอย่างมากหลังเปิดตัวเพียง 1 เดือน สามารถมียอด

จำหน่ายถึง 15,000 คัน ทำให้มาสด้ามีฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเดิม

นอกจากนี้มาสด้า 2 ยังเป็นรถยนต์ Eco Car ที่ประหยัดน้ำมันมากถึง23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

และเป็นรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นแรกที่มีเครื่องยนต์ดีเซลด้วย

เกียร์ออโต้ ใช้ยังไงให้อยู่ทนและปลอดภัยต่อการใช้รถยนต์

ปัจจุบันผู้คนหันมาใช้รถยนต์ เกียร์ออโต้ กันมากขึ้นเพราะความสะดวกสบายไม่ต้องเปลี่ยน

เกียร์ให้ยุ่งยากเกียร์อัตโนมัติเป็นเกียร์ในรูปแบบออโตเมติก หรือ เรียกสั้นๆว่า เกียร์ออโต้ ซึ่ง

รถยนต์เกียร์ออโต้เป็นรถที่ช่วยทุ่นแรงของผู้ขับมากโดยเฉพาะในเมืองที่มีรถติดมากๆ ทั้งนี้

รถเกียร์ออโต้ นั้นผู้ขับต้องมีความระมัดระวังทั้งในเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานเกียร์

ด้วย โดยเกียร์ออโต้หากเกิดพังขึ้นมานั้นต้องเปลี่ยนเกียร์ทั้งลูกซึ่งไม่เหมือนกับเกียร์ธรรมดา

เกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้

ไม่ควรเชนเกียร์บ่อย สำหรับผู้ที่ชอบการขับเกียร์ออโต้แบบแมนนวลโดยเฉพาะการเชนเกียร์

ต่ำในรอบสูงเพื่อลดความเร็วบนทางลาดชันและบนเขาสูงการทำแบบนี้บ่อยครั้งเหมือน

เป็นการทำให้เกียร์นั้นพังเร็วก่อนอายุการใช้งานรวมถึงยังก่อเกิดความเสียหายต่อกลไก

ภายในเครื่องยนต์ด้วย ไม่ควรเหยียบเกียร์ D ค้างไว้ขณะที่รถติดนานๆ แน่นอนว่าในช่วงเวลา

เร่งด่วนหรือในย่านที่รถติดหนักมหาศาลล่ะก็ การเหยียบเกียร์ D ค้างไว้นั้นนอกจากทำให้

เมื่อยเท้าแล้วยังส่งต่อให้เกียร์สึกหร่อเร็วด้วย ทั้งนี้หากรถติดนานควรถอนไปเกียร์  N ซึ่งเป็น

เกียร์ว่างแล้วใช้เบรกมือช่วยจะดีกว่าและยืดอายุการใช้งานของเกียร์เพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงการ

จอดรถริมขอบทางไม่ควรใส่ที่เกียร์ P เด็ดขาดเพราะหากเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายจะทำให้

เกียร์พังเสียหายทั้งหมดทันที นอกจากนี้อย่าทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อนโดยการเปลี่ยนเกียร์ขณะ

รถไม่จอดสนิท หากต้องการถอยรถนั้นควรจอดรถให้สนิทแล้วเปลี่ยนเกียร์จะช่วยให้เกียร์ไม่

พังเร็วก่อนเวลาอันควรด้วย รวมถึงเมื่อจอดรถแล้วควรเช็ดทุกครั้งว่ารถเราอยู่ที่เกียร์ N หรือ P

หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยควรเมื่อจอดรถแล้วควรเหยียบเบรกก่อนจากนั้นเข้าเกียร์ P เพื่อ

จอดสนิท หรือดึงเบรกมือไว้เพื่อความปลอดภัย

ยาริส รถยนต์อีโค่คาร์ประหยัดน้ำมันรุ่นเล็กยอดนิยมของโตโยต้า

ยาริส หรือ โตโยต้า ยาริส เป็นรุ่นของรถยนต์ขนาดเล็กของโตโยต้า ถูกผลิตครั้งแรกในปี พ.ศ.

2542 สำหรับโตโยต้า ยาริสนั้นไม่ใช่รถยนต์ขนาดเล็กของโตโยต้ารุ่นแรกที่จำหน่ายใน

ประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีรุ่น โตโยต้า สตาร์เล็ต ซึ่งรุ่นยาริสนั้นผลิตมาทดแทนรุ่นดังกล่าว

โดยมีการเพิ่มพื้นที่ให้ดูใหญ่ขึ้น โตโยต้า ยาริส จัดเป็นรถยนต์ขนาดเล็กประเภทตัวถังแบบ

Hatchback เริ่มแรกมีรูปแบบตัวถัง Hatchback 3 ประตู คือ 2 ประตูด้านหน้าและ 1 ประตู

ด้านท้ายรถ ต่อมาได้ผลิตแบบ 5 ประตู เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานมากขึ้นรวมถึงมีคู่แข่งอย่าง นิ

สสัน มาร์ช รถยนต์ขนาดเล็กแบบเดียวกันที่มียอดจำหน่ายที่ดีมากของนิสสัน เริ่มแรกที่

ยาริส

ยาริส

จำหน่ายนั้นยังไม่เป็นที่นิยมของคนไทยมากนักเนื่องจากตัวรถมีขนาดเล็กอาจไม่เหมาะกับ

คนที่รูปร่างใหญ่ หรือ ด้านความปลอดภัยด้วยเนื่องจากตัวรถขนาดเล็กอาจทำให้ผู้โดยสาร

ด้านหลังได้รับบาดเจ็บได้หากถูกรถชนท้าย จนโตโยต้าต้องเลิกผลิตไปพักหนึ่ง จนในปี พ.ศ.

2548 ยาริสกลับมาจำหน่ายอีกครั้งและมีการเพิ่มระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นรวมถึงประหยัด

น้ำมันถึง 12 กม./ลิตร ทำให้เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นประกอบกับเป็นรถยนต์ที่มีราคาไม่สูงมาก

ด้วย ในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการนำรุ่น TRD SPORTIVO เข้ามาโดยเสริมชุดแต่งรอบคันในรุ่น

E และในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 โตโยต้ายาริส มีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้มีความ

สวยงามของตัวถังมากขึ้นรวมถึงเพิ่มระบบถุงลมนิรภัยถึง 7 จุด และระบบความปลอดภัยอื่นๆ

เพิ่มขึ้นจากเดิม พร้อมเปิดตัวรุ่นซีดาน 4 ประตู ในชื่อ ยาริสเอทีฟ ในเดือนเดียวกันด้วย

โตโยต้าไฮลักซ์ รถกระบะยอดนิยมที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า

โตโยต้าไฮลักซ์ เป็นเรียกของรถยนต์ประเภทรถกระบะของโตโยต้าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่

นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ไฮลักซ์ วีโก้ ซึ่งเป็นชื่อเรียกติดปากของคนไทย ไฮ

ลักซ์ เป็นกระทะรุ่นใหม่ที่ผลิตแทนกระทะรุ่นเก่าคือ โตโยต้า สเตาท์ ที่ผลิตขึ้นในช่วงปี พ.ศ.

2500 โดยไฮลักซ์ เริ่มผลิตขึ้นในเดือน มีนาคม 2011 และได้วิวัฒนาการเรื่อยมาซึ่ง

ในปัจจุบันมีจำนวนถึง 8 รุ่นแล้ว โดยรุ่นแรกที่ผลิตเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2515 และ

ใช้ชื่อรุ่นว่า ไฮลักซ์ ย่อมาจากคำว่า highly-luxurious  แปลว่า หรูหราเหนือระดับ ซึ่งตัวแรก

ที่ผลิตมีรหัสตัวถัง RN10 ตัวรถมี 2 ประตู ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 4 สปีด จำหน่ายเฉพาะ

ในสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้ผลิตรุ่นที่ 2 เริ่มในปี พ.ศ. 2515 ซึ่งมีการออกแบบให้กว้างขวางขึ้น

และใช้เครื่องยนต์ 1587 ซีซี 12R I4 108 แรงม้าออกจำหน่ายทั่วโลก และในปี พ.ศ. 2518

โตโยต้าไฮลักซ์

โตโยต้าไฮลักซ์

ได้ปรับปรุงโฉมให้มีขนาดกว้างขึ้นและนำเกียร์ธรรมดา 5 สปีดมาใช้เป็นครั้งแรกในตอนนั้นผู้

ซื้ออเมริกันได้มีการตั้งชื่อรถรุ่นนี้เล่นๆว่า Pickup ซึ่งต่อมากลายเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกแทน

คำว่ารถกะบะ ในปี พ.ศ. 2522 โตโยต้า ได้เปลี่ยนโฉมของ ไฮลักซ์ครั้งใหญ่โดยการผลิตรุ่น

ขับเคลื่อนระบบ 4 ล้อเข้ามาจำหน่าย พ.ศ. 2547 โตโยต้าได้พัฒนารถรุ่นที่ 7 โดยใช้ชื่อว่า

ไฮลักซ์ วีโก้ ซึ่งเป็นรุ่นที่มียอดขายมากที่สุดและเป็นที่นิยมมาก ตัวรถมีการออกแบบคล้ายกับ

โตโยต้า อินโนวา และ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์  จัดว่าเป็นรถกะบะที่มียอดขายมากที่สุดในรุ่นไฮ

ลักซ์ของโตโยต้า และในปี พ.ศ. 2558 โตโยต้าส่งรุ่นที่ 8 ออกมาคือ รีโว้ ซึ่งจัดว่าเป็นรถที่

ผสมความเป็นสปอทและปิกอัพอย่างลงตัว